เงื่อนไข รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565

132

ผู้สื่อข่าวรายงานการโอนเงินเยียวยา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ประจำเดือนธันวาคม 2564 โดยกรมบัญชีกลาง โอนเงินตามไทม์ไลน์ที่กำหนดเอาไว้ ให้กับผู้ถือบัตรจำนวน 13.5 ล้านคน ต่อเนื่องในทุก ๆ เดือน สำหรับในเดือนธันวาคมนี้ กรมบัญชีกลาง จะโอนเงินตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชน ดังนี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2564

– วงเงินซื้อสินค้า 700 และ 800 บาทต่อเดือน โดยเป็นวงเงินเดิม 200 และ 300 บาท และวงเงินจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อ 500 บาท

– ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือน

– ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย

– ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน

– ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน

– ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ขสมก./ MRT/ BTS และ ARL 500 บาทต่อเดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อาศัยอยู่ในเขต กทม. และปริมณฑล) , (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถสะสมในเดือนถัดไป)

วันที่ 18 ธันวาคม 2564

– เงินคืนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน

– เงินคืนค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ใช้น้ำประปาไม่เกิน 315 บาทต่อเดือน จะได้รับเงินคืนค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกินจาก 100 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นผู้ชำระเอง

ส่วนเกินที่ประชาชนจ่ายมาจะได้รับเงินคืนทุกวันที่ 10 ของเดือนเท่านั้น สามารถกดเป็นเงินสดได้ และสะสมในเดือนถัดไปได้

วันที่ 22 ธันวาคม 2564

– โอนเงินเบี้ยเพิ่มเงินเบี้ยผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ รับเงิน 1,000 บาท

เพิ่มเงินเบี้ยผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำนวน 200 บาท ถึงเดือน กันยายน 2565 จากจำนวน 800 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นจำนวน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีเงินจากโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ช่วยเหลือวงเงินค่าซื้อสินค้า จำนวน 300 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 2 เดือน (เดือนพ.ย.- ธ.ค. 64) รวมเป็น 500 บาทต่อคน ในเดือนพ.ย.และธ.ค. และรวมเป็น 1,800 บาท สามารถกดเป็นเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย และสะสมในเดือนถัดไปได้

อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงจุดมากที่สุด โดยเบื้องต้นได้กำหนดเกณฑ์โดยนำรายได้ของครอบครัวมาคำนวณสิทธิด้วย คือ ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี จากเดิมที่พิจารณาเพียงรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ทั้งนี้การเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รอบใหม่ จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 2565 คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 15 ล้านคน ซึ่งเป็นเปิดการลงทะเบียนรับทั้งคนใหม่

และให้คนเก่าลงลงทะเบียนด้วยเพื่อทบทวนสิทธิ และถ้ามีผู้ได้รับสิทธิมากกว่าที่คาดไว้ ก็ไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้เอาจำนวนเงินเป็นตัวตั้ง แต่ใช้หลักเกณฑ์ใครที่อยู่ในเกณฑ์ ก็จะได้รับสิทธิ